Header.jpg
สัพเพเหระบัญชี ภาษี ตอน 3
อีเมล

สัพเพเหระเรื่องทำบัญชี และภาษี  ตอนที่ 3

สวัสดีค่ะ พบกันครั้งนี้ครั้งที่ 3 แล้วนะคะ 
หมดเดือนสิงหาคมไป บริษัท ที่มีรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
คงยื่นแบบ ภงด. 51 กันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ
 
ครั้งที่แล้ว เราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ(TFRS
for Non-Publicly Accountable Entities: NPAEs)
ก่อนที่จะพูดคุยกันต่อจากครั้งที่แล้ว
วันนี้ผู้เขียนได้ค้นหาข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้น
ก็อยากแบ่งปันให้ผู้อ่านได้รับความรู้ในรูปแบบการพูดคุยง่าย ๆ เข้าใจง่ายค่ะ
จึงอยากขอนำเสนอภาพรวมของมาตรฐานการบัญชีฉบับนี้เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมของมาตรฐานก่อนนะคะ
1 ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ 
2 ขอบเขต 
3 กรอบแนวคิด 
4 การนำเสนองบการเงิน
5 การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและการแก้ไขข้อผิดพลาด 
6 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
7 ลูกหนี้
8 สินค้าคงเหลือ
9 เงินลงทุน
10 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
11 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
12 อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
13 ต้นทุนการกู้ยืม
14 สัญญาเช่า
15 ภาษีเงินได้
16 ประมาณการหนี้สินและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
17 เหตุการณ์ภายหลังรอบระยะเวลารายงาน
18 รายได้
19 การรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
20 สัญญาก่อสร้าง
21 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
22 การปฏิบัติในช่วงเปลี่ยนแปลงและวันถือปฏิบัติ  
ความเป็นมา 
1. ประเทศไทย มีมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทย
(Thai Financial Reporting Standards -
TFRSs) ชุดเดียว ที่อ้างอิงจากมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ
(International
Financial Reporting Standards - IFRSs)
เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
มาตรฐานการรายงานทางการเงินดังกล่าวใช้กับนิติบุคคลที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี
.ศ. 2543 ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีหุ้นซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
หรือนิติบุคคลทั่วไปที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์
พูดง่าย
ๆ คือทั้งกิจการในตลาดหลักทรัพย์ หรือกิจการขนาดย่อม กลุ่ม
SME ก็พลอยต้องใช้มาตรฐานแบบเดียวกัน  
แต่โดยที่มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับ 
กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ และมีความยุ่งยากซับซ้อน
จากการใช้แนวคิดมูลค่ายุติธรรม
 
(Fair Value) เป็นหลักในการจัดทำรายงานทางการเงิน
ซึ่งเป็นภาระและก่อให้เกิดต้นทุนในการจัดทำ
รายงานการเงินของกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะที่ส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก
พูดง่าย ๆ
คือหากกิจการขนาดใหญ่ และกิจการขนาดย่อมต้องมีมาตรฐานการบัญชีแบบเดียวกัน
ก็ย่อมเป็นไปได้ยากในแง่ปฏิบัติแน่นอน มีการถกเถียงกันในวงการบัญชีเป็นวงกว้างพอสมควรทีเดียวล่ะค่ะ
 
2. เมื่อเป็นเช่นนี้ สภาวิชาชีพบัญชีฯ จึงได้พิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างกิจการขนาดใหญ่ และกิจการขนาดย่อม  ซึ่งเป็นแรงผลักดันระบบเศรษฐกิจของประเทศ ตัวอย่างของความแตกต่างที่สำคัญ
เช่น จำนวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการ แหล่งระดมเงินทุน ความซับซ้อนของธุรกรรม เป็นต้น
ทางสภาวิชาชีพบัญชีฯ จึงได้แบ่งกิจการออกเป็น 2 ลักษณะคือ  
2.1 กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (Publicly
Accountable Entities- PAEs)
ซึ่งหมายถึงกิจการขนาดใหญ่
2.2 กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ
(Non-Publicly

Accountable Entities- NPAEs) ซึ่งหมายรวมถึงกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) 
3. สภาวิชาชีพบัญชีฯ จึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อทำการศึกษาเบื้องต้นในการดำเนินการยกร่างมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ
(Exposure Draft on Thai Financial Reporting Standards for Non-Publicly Accountable
Entities: ED-TFRS for NPAEs) เพื่อความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้กับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับประเทศไทย
ครั้งหน้าเรามาดูคำจำกัดความของกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (Non-Publicly Accountable Entities- NPAEs) กันค่ะ
 

Facebook Like Button

Share

Bangkok Bank Currency Exchange Rate Thai